Kuro the lost Fable :: The Last Vampire

posted on 17 Jun 2010 21:22 by bakano-oniichan

เขียนไว้นานละตอนหัดใหม่ครับ ลองอ่านกันดู ^^

 

                เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อ นานมากแล้ว ยุคที่ความมืดเรื่องอำนาจ มีเผ่าที่เขาเรียกขานกันโดย ทัวไปว่า แวมไพร์ พวกเขาอยู่ได้ด้วยเลือดของผู้คนและการแฝงกายในความมืด ซึ่งไม่เคยมีใครเคยเห็นตัวตนของพวกเขามาก่อน มีแวมไพรตนหนึ่ง เป็นผู้นำของเหล่าแวมไพรทั้งหมดชือว่า ลูช เป็นผู้ที่มีพลังสร้างแวมไพร์ด้วยการเปลี่ยน dna ในเลือดให้กลายเป็นพวกเดียวกันและเป็นอัมตะ

                เขาได้ห้ามใจที่จะไม่ทำร้ายผู้คนจนประชากรแวมไพร์ลดน้อยลงเรื่อยๆ  2 พันปีต่อมา ตัวตนที่แท้จริงได้รับการเปิดเผยและโดนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จนเหลือเขาเพียงคนเดียว เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วที่จะไม่ดื่มเลือดของผู้คน ในตอนนั้นนั่นเองที่เขาเจอกับ ซาร์เรวีีร์ ซึ่งเป็นเชื้อพระวงด์ เขารักเธอแลัวเธอก็รักเขาทั้งสองจึงเลือกที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอดกาล เขาทำให้เธอเป็นแวมไพร์ เขาและเธอ สาบานว่าจะไม่ดื่มเลือดของผู้คนอีก เผ่าพันธุ์นี้จึงได้ถูกลบหายไปจากโลกจนไม่มีใครจำได้อีก แต่เรื่องก็เงียบมาได้แค่ 1 พันปี ซาร์เรวีีร์ และ ลูช นั่งรถม้าไปกับ เพื่อนคนหนึ่งที่พวกเขารักมากที่สุด เขามีนามมา เอเมล ระหว่างทางรถม้าเกิดประสบอุบัติเหตุ เอลเมล เสียชีวิต เพราะ เอาตัวบังพวกเขาทั้ง 2 คนไว้ตอนที่เกิดอุบัติเหตุโดยที่ไม่รู้เลยว่า พวกเขาทั้ง 2 คนเป็นอัมตะ เขาและเธอ ตัดสินใจ ช่วยชีวิต เอเมล ก่อนที่หัวใจเขาจะหยุดเต้น พวกเขา ทั้ง3 คนอยู่ต่อมาอย่างสงบ แต่เวลาที่แสนยาวนานก็ดูเหมือนจะสั้นยิ่งนัก
 
               5พันปีก่อนคริสตการ ซาร์เรวีีร์ ทะเลาะกับ ลูช อย่างรุนแรง และได้แยกตัวออกไป ในเวลาที่เธอโดดเดียวเธอพบเข้ากับ วอร์ริช ชายหนุ่มนักกวี เขาปลอบโยนเธอ โดยที่ไม่รู้ว่าเธอคือใคร เสียงเพลงของเขาทำให้เธอหัวเราะ และยิ้มได้ เธอรักเขาในฐานะน้องชาย และเขาก็รักเธอในฐานะพี่สาวเช่นกัน เอเมล ซึ่งตามดูอย่างเงียบๆเพราะ ลูช บอกให้ตาม ซาร์เรวีีร์ ไป วางใจแล้วกลับไปหา ลูช ซาร์เรวีีร์ ก็เช่นกัน แล้วเขาก็ปรับความเข้าใจกันได้
 
              2ปีต่อมาเกิดสงครามขึ้น พวกเขาทั้ง 3ได้แต่ยืนดูความพินาศของ อานาจักรที่พวกเขาอยู่ พวกเขาต้องหลบซ่อนตัว เนื่องจากกลิ่น คาวเลือดที่เกิดจาก สงครามจะให้พวกเขากระหาย แต่แล้วก็ไม่ประสบผลสำเร็จ พวกเขาออกล่าเพราะความกระหาย ราชารู้ถึงหายนะที่เกิดขึ้น และตัวตนของพวกเขา จึงมีคำสังให้ศาสนะจักรส่ง จอมเวทย์ที่เก่งกาจที่สุดออกล่าพวกเขา ด้วยเวทย์มนต์ที่รุงแรงทำให้พวกเขาตกอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างมากถึงแม้แวมไพร์จะมีพละกำลังมากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถทนได้นานนัก ในทีสุด พวกเขาก็พลาดท่า
 

              พวกเขาโดนเวทย์มนต์ ทำให้ไม่สามารถขยับได้ จอมเวทย์ พร้อมหน่วยไล่ล่าไกล้เข้ามา พวกเขาในตอนนี้อยู่ในสภาพปางตายในไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะหนีอีกต่อไป จอมเวทมาถึงที่หมายก่อนด้วยความเร็วสูงสุด ภาพที่ ลูช เห็นคือ ชายคนแรกที่เขารู้สึกหวาดกลัวที่สุดในชีวิตอันยาวนานของเขา นัยตาสีแดงระเรื่อ ผมยาวกระเซิงกับชุดผ้าขนยูนิคอรน์สีขาวเป็นประกายซึ่งไม่เข้ากันเลย แต่ ซาร์เรวีีร์ เห็นต่างออกไป เขาดูอ่อนโยนเกินจะเป็น จอมเวทย์ชั้นสูง นัยตาสีแดงเบิกออกแล้วจ้องที่เธออย่างไม่ละสายตา ซาร์เรวีีร์ จำเค้าได้เขาคือ วอร์ริช น้ำตาของ ซาร์เรวีีร์ ไหลออกมา ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะ ความยินดีที่จะได้ตาย  เพราะน้องชายที่เธอรัก สิ่งที่เธอหวังอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่การมีชีวิตรอดอีกต่อไปแล้ว เธอแค่เพียงหวังว่า วอร์ริช จะจำเธอไม่ได้

              เขาเดินเข้ามาอย่าช้าๆ ซาร์เรวีีร์ หลับตาพร้อมรับสิ่งที่จะเกิดต่อไปนี้ เธอไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้ว ทั้งตัวของเธอชาไปหมด ขาของเธอไม่มีแรง กระดูกที่แขนทั้ง 2 ข้างของเธอแตกละเอียด เลือดสีแดงเข้มค่อยๆไหลออกจากตัวเธอ เธอหลับตาลงอย่างช้าๆ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เธอกำลังมองเห็นอะไรบางอย่าง แสงสีขาว เธอกำลังจะไปสวรรค์ แสงนั้นดับลงเธอกำลังตกสู่ความมืดมิด เสียงกรีดร้องดังก้องอยู่ในหัวของเธอ เธอเจ็บปวด เธอสิ้นหวัง เธอกำลังจะตาย

             แล้วเธอก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่ง ของเหลว ของเหลว กลิ่นนี้ เลือด เธอต้องการมัน มันค่อยๆไหลเข้าในตัวของเธอผ่านฟันอันแหลมคม เธอมีเรี่ยวแรงขึ้นมาอีกครั้ง เธอรู้สึกอบอุ่น เธอลืมตาขึ้นอีกครัง แขนของ วอร์ริช อยู่ที่ริมฝีปากของเธอ เธอมองหน้าเขา ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มตลอดเวลาของ วอร์ริช เต็มไปด้วยน้ำตา เขากล่าวกับเธอว่า พี่ครับ ผมรู้อยู่แล้วว่า พี่เป็นยังไง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ น้ำตาของเขาไหลมากกว่าเดิม ท่ามกลางบรรยากาศที่เต้มไปด้วซากศพกลางสนามรบ เสียงหน่วยไล่ล่าค่อยๆไกล้เข้ามา ใบหน้าของ วอร์ริช ค่อยๆซีดลงเรื่อยๆ เขาหมดเรี่ยวแรง เขากำลังจะตาย  ซาร์เรวีีร์ ไม่สามารถที่จะหยุดได้เขาบอกกับเธอสั่นๆว่า พี่ครับผมรักพี่ โชคดีนะครับ

             ร่างของจอมเวทย์หนุ่มร่วงลงไปกองกับพื้น เสื้อขนยูนิคอร์น เต็มไปด้วยโคลนและเลือดสีเข้ม ใบหน้าของจอมเวทย์หนุ่มยังคงยิ้มแย้มแม้ในวาระสุดท้าย เวทย์มนต์ค่อยๆคลายลง บัดนี้พวกเขาเป็นอิสระแล้ว ซาร์เรวีีร์อุ้มร่างของ วอร์ริช ขึ้นมาแล้วกอดไว้ เธอพูดอะไรไม่ออก ลูชได้แต่ยืนมองเธออย่างเงียบๆ ในขณะที่ เอเมล มองเห็นหน่วยไล่ล่ากำลังไกล้เข้ามาเรื่อยๆ ลูชออกคำสั่งให้หนีทันที แต่ ซาร์เรวีีร์ ไม่ฟังเขา ลูช กระชากร่างของ จอมเวทย์หนุ่มไร้วิญญาณออกมาจากอ้อมกอดของ ซาร์เรวีีร์ เธอพยายามจะแย่งคืนมาแต่ เอเมลจับเธอเอาไว้ ท่างกลางซากศพ กลิ่นคาวเลือด พระจันทร์ส่องแสงเต็มดวงสะท้อนใบหน้าของจอมเวทย์หนุ่ม ลูชกัดเขา บัดนี้หน่อยไล่ล่าตามาถึงแล้วพวกเขามาพร้อมกับจอมเวทย์ อีก 4 คน พวกเค้าทั้ง 3 ตัดสินใจหนี ขณะที่หลังของลูชแบกร่างของจอมเวทย์หนุ่มเอาไว้ แล้วค่อยห่างๆออกไปไกลจนสุดสายตา

             ไม่นานนัก วอร์ริช กลับมามีชีวิตอีกครั้ง รอยยิ้มของเขาเจื่อนลงเล็กน้องเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็น แวมไพร เขายังคงจะ มนต์ได้ทุกบท พลังของเขามีมากยิ่งกว่า ลูช เป้นแวมไพร่ที่มีพลังอำนาจมากที่สุดที่ แวมไพร์ เคยมีมา แต่เขาก็ไม่ทำร้าย ผู้คน

             พวกเขา 4 คน เปลี่ยนชื่อและ หลบหนีไปอยู่ที่ อานาจักรอื่น แล้วก็ไม่มีใครได้ยินเรื่องของพวกเขาอีกเลย จนมาถึงปัจจุบัน


edit @ 19 Jun 2010 01:02:55 by kuroneko

Comment

Comment:

Tweet